นายอุสมาน ศาสน์พิสุทธิกุล
รองปลัด อบต.รก.แทน ปลัดอบต.ซากอปฏิบัติหน้าที่นายก อบต.ซากอ
สถิติผู้เยี่ยมชม
เปิดเว็บไซต์ 28/06/2017
ปรับปรุง 01/12/2021
สถิติผู้เข้าชม 233717
Page Views 374374
 
มาตรการ/การดำเนินการ ส่งเสริมความโปร่งใส

ส่งเสริมความโปร่งใส

องค์การบริหารส่วนตำบลซากอ  อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส


มาตรการเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะ

 ๑. ลักษณะ/ประเภทข้อมูลที่ต้องเผยแพร่ต่อสาธารณะ ประเภทข้อมูลที่จะนำขึ้นเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ขององค์การบริหารส่วนตำบลซากอ   เนื้อหาต้องเป็นไปตาม “มาตรฐานเว็บไซต์ภาครัฐ” (Government Website Standard) ที่กำหนด โดยดำเนินการเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะผ่านทางเว็บไซต์ รายละเอียดตามนี้ ส่วนที่ ๑ ข้อมูลพื้นฐานเพื่อเผยแพร่ข้อมูลตลอดจนบริการของหน่วยงาน
๑.๑) ข้อมูลเกี่ยวกับหน่วยงาน - ประวัติความเป็นมา - วิสัยทัศน์ พันธกิจ - โครงสร้างหน่วยงาน ผู้บริหาร อำนาจหน้าที่ - ภารกิจ และหน้าที่รับผิดชอบของหน่วยงาน - ยุทธศาสตร์ แผนปฏิบัติราชการ - แผนงาน โครงการ และงบประมาณรายจ่ายประจำปี - ข้อมูลการติดต่อ ประกอบด้วย ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ โทรสาร และแผนที่ตั้ง - ที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-mail Address) ของสำนักงาน
๑.๒) ข้อมูลผู้บริหาร   รายละเอียดเกี่ยวกับผู้บริหาร  ประกอบด้วย ชื่อ – นามสกุล และต าแหน่ง - วิสัยทัศน์ นโยบายต่างๆ เกี่ยวกับการบริหารงานราชการส่วนท้องถิ่น
๑.๓) ข่าวประชาสัมพันธ์ - ข่าวสารประชาสัมพันธ์ทั่วไป - ข่าวสารและประกาศของหน่วยงาน เช่น ประกาศรับสมัครงาน การจัดซื้อจัดจ้าง การฝึกอบรม เป็นต้น
๑.๔) เว็บลิงค์ - ส่วนงานภายใน - หน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้องโดยตรง - เว็บไซต์อื่นๆ ที่น่าสนใจ
๑.๕) กฎระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงาน - กฎหมาย พระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ประกาศ ระเบียบต่างๆที่เกี่ยวข้อง ในการปฏิบัติงานของท้องถิ่น
๑.๖) ข้อมูลการให้บริการ - แสดงข้อมูลการให้บริการตามภารกิจของหน่วยงาน พร้อมทั้งอธิบายขั้นตอนการบริการต่างๆแก่ประชาชน ส่วนที่ ๒ การสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้บริการ
๒.๑) ถาม – ตอบ (Q & A) - ผู้ใช้บริการสามารถสอบถามข้อมูล หรือข้อสงสัยมายังหน่วยงาน
๒.๒) ช่องทางการติดต่อการสื่อสารกับผู้ใช้บริการ - ช่องทางแสดงความคิดเห็น หรือข้อเสนอแนะ เช่น e-mail, Web board, Blog เป็นต้น - ช่องทางการร้องเรียน และการติดตามสถานะเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบดำเนินการจัดเตรียมข้อมูลดังกล่าวลงเว็บไซต์ โดยข้อมูลดังกล่าวต้องเป็นความจริงและได้รับอนุญาตจากผู้บริหารก่อน จึงจะนำขึ้นเผยแพร่บนเว็บไซต์ของ องค์การบริหารส่วนตำบลซากอได้ 

มาตรการให้ผู้มีส่วนได้เสียมีส่วนรวม

เพื่อให้การดำเนินงานขององค์การบริหารส่วนตำบลซากอ    เป็นไปตามเจตจำนงสุจริตตาม แนวนโยบายของผู้บริหาร   ในด้านความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ เปิดโอกาส ให้ผู้รับบริการ หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานของหน่วยงานในทุกระดับ ดังนี้
1. กำหนดให้มีการเผยแพร่ข้อมูกการดำเนินงานตามพันธกิจหลักทางเว็บไซต์ และรายงานประจำปีเพื่อให้ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรับทราบ
2. กำหนดให้มีช่องทางในการรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะตลอดจนความคาดหวังของ ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ที่มีต่อการพัฒนาหน่วยงานผ่าน ช่องทางที่หลากหลาย เช่น กล่องรับความคิดเห็น โทรศัพท์ จดหมาย เว็บไซต์ หรือ แบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการแจ้งข้อเสนอแนะหรือข้อคิดเห็นด้วยตนเอง


 

มาตรการส่งเสริมความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง

 

 เพื่อให้การบริหารการจัดซื้อจัดจ้างขององค์การบริหารส่วนตำบลซากอ  เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้   จึงได้กำหนดมาตรการส่งเสริมความโปร่งใส ในการจัดซื้อจัดจ้าง ดังนี้
๑. ให้เจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง ดำเนินการเผยแพร่แผนการจัดซื้อจัดจ้างให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ภาครัฐ พ.ศ.๒๕๖๐ และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.๒๕๖๐
๒. ให้เจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง ดำเนินการบันทึกรายละเอียด วิธีการ และขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ในระบบ เครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลางผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement e-GP) ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลางกำหนดแต่ละขั้นตอน ดังนี้ (๑) จัดทำแผนการจัดซื้อจัดจ้าง (๒) ท ารายงานขอซื้อหรือขอจ้าง (๓) ดำเนินการจัดหา (๔) ขออนุมัติสั่งซื้อหรือจ้าง (๕) การทำสัญญา (๖) การบริหารสัญญา
๓. ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง เข้าไปมีส่วนได้ส่วนเสียกับผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญา
 ๔. ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง ยอมให้ผู้อื่นอาศัยอำนาจหน้าที่ของตนหาประโยชน์จากการจัดซื้อจัดจ้างกับองค์การบริหารส่วนตำบลซากอ
๕. ให้หัวหน้าหน่วยงาน กำกับ ดูแล การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ผู้ใต้บังคับบัญชาซึ่งปฏิบัติหน้าที่ เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

 

มาตรการจัดการเรื่องร้องเรียนการทุจริต

 
ตามยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ ทางองค์การ บริหารส่วน ตำบลซากอ มีแนวปฏิบัติการจัดการเรื่องร้องเรียนการทุจริต/แจ้งเบาะแส ด้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ เพื่อทำหน้าที่หลักในการบูรณาการและขับเคลื่อนแผนการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และการส่งเสริม คุ้มครองจริยธรรมในองค์กร เพื่อให้การดำเนินการด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต  เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ จึงกำหนด หลักเกณฑ์ มาตรการ และแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดการข้อร้องเรียน กรณีเกิดการทุจริตและประพฤติมิชอบ ของเจ้าหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตำบลซากอ ดังนี้
บทนิยาม
 “เจ้าหน้าที่” หมายความว่า ข้าราชการ พนักงานส่วนตำบล และพนักงานจ้างใน องค์การบริหารส่วนตำบลซากอ
 “ทุจริต” หมายความว่า การแสวงหาประโยชน์ที่มีควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับ ตนเองหรือผู้อื่น “ประพฤติมิชอบ” หมายความว่า การที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติการอย่าง ใดในต แหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง อย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งมุ่งหมายจะควบคุมดูแลการรับ การเก็บรักษา หรือการใช้เงินหรือทรัพย์สินของส่วนราชการ ไม่ว่าการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัตินั้นเป็นการทุจริตด้วยหรือไม่ก็ตาม และให้หมายความรวมถึงการประมาท เลินเล่อในหน้าที่ดังกล่าวด้วย
“ข้อร้องเรียน” หมายถึง ข้อร้องเรียนเรื่องการทุจริต การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่โดยมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐในสังกัด และข้อกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วย ความรับผิดชอบต่อประชาชน ไม่มีคุณธรรม จริยธรรม ไม่คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้งและไม่มีธรรมาภิบาล ตามที่มีกฎหมาย ระเบียบ แบบแผนของทางราชการที่เกี่ยวข้องได้กำหนดไว้
“การตอบสนอง” หมายถึง การส่งต่อให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การตรวจสอบและนำเรื่องร้องเรียนเข้าสู่กระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริง แจ้งตักเตือน ดำเนินคดี หรืออื่น ๆ ตามระเบียบข้อกฎหมาย พร้อมกับแจ้งให้ผู้ร้องเรียนทราบผลหรือความคืบหน้าของการดำเนินการภายในเวลา สิบห้าวัน ทั้งนี้ กรณีที่ข้อ ร้องเรียนไม่ได้ระบุชื่อและที่อยู่หรือหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้หรืออีเมลติดต่อของผู้ร้องเรียนจะพิจารณาการ ตอบสนองสิ้นสุดที่การน าเรื่องร้องเรียนเข้าสู่กระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริง แจ้งตักเตือนดำเนินคดี หรืออื่นๆ ตามระเบียบข้อกฎหมาย
 
หลักเกณฑ์และรายละเอียดในการร้องเรียน   
หลักเกณฑ์การร้องเรียน  
1.1 เรื่องที่จะนำมาร้องเรียนต้องเป็นเรื่องที่ผู้ร้องได้รับความเดือดร้อนหรือ เสียหาย อันเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตำบลซากอ  ในเรื่องดังต่อไปนี้ (1) กระทำการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ (2) กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ (3) ละเลยหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ (4) ปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกิดสมควร (5) กระทำการนอกเหนืออำนาจหน้าที่ หรือขัดหรือไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
1.2 เรื่องที่ร้องเรียนต้องเป็นเรื่องจริงที่มีมูล มิใช่ลักษณะกระแสข่าวที่สร้างความ เสียหายแก่บุคคลที่ขาดหลักฐานแวดล้อมที่ปรากฏชัดแจ้ง ตลอดจนขาดพยานบุคคลแน่นอน
2 ข้อร้องเรียนให้ใช้ถ้อยคำสุภาพและต้องระบุข้อมูลต่อไปนี้
2.1 ชื่อและที่อยู่ของผู้ร้องเรียน
2.2 ชื่อหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องที่เป็นเหตุแห่งการร้องเรียน
2.3 การกระทำทั้งหลายที่เป็นเหตุแห่งการร้องเรียน พร้อมทั้งข้อเท็จจริงหรือ พฤติการณ์ตามสมควรเกี่ยวกับการกระทำดังกล่าว (หรือแจ้งช่องทางแสการทุจริตของเจ้าหน้าที่อย่างชัดเจนเพื่อ ดำเนินการสืบสวน สอบสวน)
2.4 คำขอของผู้ร้องเรียน
2.5 ลายมือชื่อของผู้ร้องเรียน
2.6 ระบุวัน เดือน ปี
2.7 ระบุพยานเอกสาร พยานวัตถุ พยานบุคคล (ถ้ามี)
3 กรณีการร้องเรียนที่มีลักษณะเป็นบัตรสนเท่ห์ จะรับพิจารณาเฉพาะรายที่ระบุ หลักฐานกรณีแวดล้อมปรากฏชัดแจ้ง ตลอดจนชี้พยานบุคคลแน่นอนเท่านั้น
4 เรื่องร้องเรียนที่อาจไม่รับพิจารณา
4.1 ข้อร้องเรียนที่มิได้ทำเป็นหนังสือ
4.2 ข้อร้องเรียนที่ไม่ระบุพยานหรือหลักฐานที่เพียงพอ
4.3 ข้อร้องเรียนที่ไม่มีรายการตามข้อ  2
5 ช่องทางการร้องเรียน ผู้ร้องเรียนสามารถส่งข้อความร้องเรียนผ่านช่องทาง ดังนี้
5.1 ส่งข้อร้องเรียนหรือร้องเรียนด้วยตนเองโดยตรงที่ องค์การบริหารส่วนตำบลซากอ   เลขที่ 7 หมู่ 4 ต.ซากอ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส  96210
5.2 ร้องเรียนผ่านเว็บไซต์สำนักงานที่ http://www.sakor.go.th/complain (ศูนย์รับเรื่อง ร้องเรียน)
5.3 ร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรม  
5.4 ร้องเรียนทางตู้ไปรษณีย์ - หนังสือร้องเรียน (ลงซื่อผู้ร้องเรียน) - บัตรสนเท่ห์ (ไม่ลงซื่อไม่ร้องเรียน)
5.5 ร้องเรียนทางโทรศัพท์ 073561196
5.6 ร้องเรียนทางเฟสบุ๊ค “องค์การบริหารส่วนตำบลซากอ”


มาตรการป้องกันการรับสินบน

องค์การบริหารส่วนตำบลซากอ   อำเภอศรีสาคร  จังหวัดนราธิวาส   มีกรอบแนวคิดยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านการป้องกันและต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยมุ่งส่งเสริมสร้างคุณภาพบุคลากรองค์การบริหารส่วนตำบลซากอ ให้บุคลากรทุกระดับขององค์การบริหารส่วนตำบลซากอ  ต้องปฏิบัติตามแนวทางที่ได้กำหนดไว้ ดังนี้
 

  • ปฏิบัติตามนโยบายการป้องกันและต่อต้านการทุจริต การให้หรือรับสินบน จรรยาบรรณธุรกิจ รวมทั้งกฎ ระเบียบ และข้อบังคับขององค์การบริหารส่วนตำบลซากอ  โดยต้องไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริต คอร์รัปชั่น ในทุกรูปแบบ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม

  • ไม่กระทำการใดๆ ที่เป็นการแสดงถึงเจตนาว่าเป็นการทุจริต คอร์รัปชั่น การให้หรือรับสินบน แก่ผู้ที่มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับองค์การบริหารส่วนตำบลซากอ   ในเรื่องที่ตนมีหน้าที่รับผิดชอบ ทั้งทางตรงหรือโดยอ้อม เพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์แก่องค์กร ตนเอง หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง

  • ไม่ละเลยหรือเพิกเฉย เมื่อพบเห็นการกระทำที่เข้าข่ายการทุจริตและคอร์รัปชั่นที่เกี่ยวข้องกับองค์การบริหารส่วนตำบลซากอ และโดยถือเป็นหน้าที่ที่ต้องแจ้งให้ผู้บังคับบัญชา หรือบุคคลที่รับผิดชอบได้ทราบ และให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ

  • ในการดำเนินการใดๆ ที่อาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดทุจริตและคอร์รัปชั่น บุคลากรทุกระดับ จะต้องปฏิบัติโดยเฉพาะในเรื่องดังต่อไปนี้ ด้วยความระมัดระวัง

    • การให้ หรือรับของขวัญ ของกำนัล การเลี้ยงรับรอง และค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นไปตามแนวปฏิบัติที่ดีที่กำหนดไว้ในคู่มือการกำกับดูแลกิจการที่ดีและ จรรยาบรรณธุรกิจ รวมถึงนโยบายการป้องกันและต่อต้านการทุจริต การให้หรือรับสินบน

    • การให้เงินบริจาคเพื่อการกุศล จะต้องกระทำในนามองค์การบริหารส่วนตำบลซากอ แก่องค์กรใดๆ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ต่อสังคม โดยต้องเป็นองค์กรที่เชื่อถือได้ มีใบรับรอง และต้องดำเนินการด้วยความโปร่งใส ผ่านขั้นตอนตามระเบียบขององค์การบริหารส่วนตำบลซากอ  

ที่กำหนดไว้ และถูกต้องตามกฎหมาย ตลอดจนมีการติดตามและตรวจสอบ เพื่อให้มั่นใจว่าเงินบริจาคไม่ได้ถูกนำไปใช้เพื่อเป็นข้ออ้างในการติดสินบน

  • การให้เงินสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นเงิน วัตถุหรือทรัพย์สิน แก่กิจกรรมหรือโครงการใด ต้องมีการระบุชื่อองค์การบริหารส่วนตำบลซากอ  โดยการให้การสนับสนุนนั้นต้องมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมธุรกิจ ภาพลักษณ์ที่ดีขององค์การบริหารส่วนตำบล และต้องดำเนินการด้วยความโปร่งใส ผ่านขั้นตอนตามระเบียบขององค์การบริหารส่วนตำบล ที่กำหนดไว้ และถูกต้องตามกฎหมาย

  • ความสัมพันธ์ทางธุรกิจและการจัดซื้อ จัดจ้างกับภาครัฐ หรือเอกชน รวมถึง การติดต่องานกับภาครัฐหรือเจ้าหน้าที่ภาครัฐ หรือเอกชน ตลอดจนบุคคลที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องในการดำเนินของ

องค์การบริหารส่วนตำบลซากอ ไม่ว่าในประเทศหรือต่างประเทศ จะต้องเป็นไปด้วยความโปร่งใส ซื่อสัตย์ และต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • องค์การบริหารส่วนตำบลซากอ  มีนโยบายเป็นกลางทางการเมือง โดยบุคลากรทุกคนมีสิทธิและเสรีภาพทางการเมืองตามกฎหมาย แต่พึงตระหนักที่จะไม่ดำเนินการ หรือดำเนินกิจกรรมใดๆ รวมถึงการนำทรัพยากรใดๆ ขององค์การบริหารส่วนตำบลซากอ ไปใช้เพื่อดำเนินการหรือกิจกรรมทางการเมือง อันจะทำให้องค์การบริหารส่วนตำบลซากอ สูญเสียความเป็นกลางหรือได้รับความเสียหายจากการเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องและการให้ความช่วยเหลือทางการเมือง

 
มาตรการ/แนวทางดำเนินงาน
 

  • องค์การบริหารส่วนตำบลซากอ  จะสนับสนุนและส่งเสริมให้บุคลากรทุกระดับเห็นความสำคัญและมีจิตสำนึกในการ ต่อต้านทุจริต คอร์รัปชั่น รวมทั้งจัดให้มีการควบคุมภายในเพื่อป้องกันการทุจริต คอร์รัปชั่น การให้หรือรับสินบน ในทุกรูปแบบ

  • แนวปฏิบัติในการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่นนี้ ครอบคลุมไปถึงกระบวนการบริหารงานบุคคล ตั้งแต่การสรรหาหรือการคัดเลือกบุคลากร การเลื่อนตำแหน่ง การฝึกอบรม การประเมินผลการปฏิบัติงานและการให้ผลตอบแทนแก่พนักงาน โดยกำหนดให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ มีหน้าที่สื่อสารทำความเข้าใจกับพนักงานผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อนำไปใช้ปฏิบัติในกิจกรรมทางธุรกิจที่อยู่ในความรับผิดชอบ และควบคุมดูแลการปฏิบัติให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับแนวปฏิบัติ นี้

  • องค์การบริหารส่วนตำบลซากอ  จะให้ความเป็นธรรมและคุ้มครองพนักงาน หรือบุคคลอื่นใดที่แจ้งเบาะแสหรือหลักฐานเรื่องการทุจริต คอร์รัปชั่น ที่เกี่ยวข้องกับองค์การบริหารส่วนตำบลซากอ  รวมถึงพนักงานที่ปฏิเสธ ต่อการกระทำ โดยใช้มาตรการคุ้มครองผู้ร้องเรียน หรือผู้ที่ให้ความร่วมมือในการรายงานการทุจริตคอร์รัปชั่น ตามที่กำหนดไว้ในนโยบายการรับข้อร้องเรียน (Whistleblower Policy)

  • ผู้ที่กระทำการทุจริต คอร์รัปชั่น ถือเป็นการกระทำผิดตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานว่าด้วยการบริหารงานบุคคล สำหรับพนักงาน ซึ่งจะต้องได้รับการพิจารณาโทษทางวินัยที่กำหนดไว้ รวมถึงอาจได้รับโทษตามกฎหมาย หากการกระทำนั้นผิดกฎหมายด้วย

  • องค์การบริหารส่วนตำบลซากอ  จะสอบทานแนวปฏิบัติและมาตรการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย และสภาพการดำเนินธุรกิจ


มาตรการป้องกันการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนร่วม 

ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดด าเนินกิจการ ดังต่อไปนี้ (๑) เป็นคู่สัญญาหรือมีส่วนได้ส่วนเสียในสัญญาที่ท ากับหน่วยงานของรัฐ ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้น ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมีอ านาจกับกับ ดูแล ควบคุม ตรวจสอบ หรือด าเนินคดี (๒) เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่เข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้น ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งมีอ านาจก ากับดูแล ควบคุม ตรวจสอบ หรือด าเนินคดี (๓) รับสัมปทานหรือคงถือไว้ซึ่งสัมปทานจากรัฐ หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น หรือเข้าเป็นคู่สัญญากับรัฐ หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการ ส่วนท้องถิ่นอันมีลักษณะเป็นการผูกขาดตัดตอน ทั้งนี้ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม หรือเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้น ในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่รับสัมปทานหรือเข้าเป็นคู่สัญญาในลักษณะดังกล่าว (๔) เข้าไปมีส่วนได้เสียในฐานะเป็นกรรมการ ที่ปรึกษา ตัวแทน พนักงานหรือลูกจ้างในธุรกิจ ของเอกชนซึ่งอยู่ภายใต้การก ากับ ดูแล ควบคุม หรือตรวจสอบของหน่วยงานของรัฐที่เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้น สังกัดอยู่หรือปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งโดยสภาพของผลประโยชน์ของธุรกิจของเอกชนนั้น อาจขัดแย้งต่อประโยชน์ส่วนรวม หรือประโยชน์ทางราชการหรือกระทบต่อความมีอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ ของเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้น เจ้าหน้าที่ของรัฐต าแหน่งใดที่ต้องห้ามมิให้ด าเนินกิจการตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามที่ คณะกรรมการปูองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ก าหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้น าบทบัญญัติในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับกับคู่สมรสของเจ้าหน้าที่ของรัฐตามวรรคสอง โดยให้ถือว่า การด าเนินกิจการของคู่สมรสดังกล่าวเป็นการด าเนินกิจการของเจ้าหน้าที่ของรัฐ มาตรา 101 ให้น าบทบัญญัติมาตรา 100 มาใช้บังคับกับการด าเนินกิจการของผู้ซึ่งพ้นจาก การเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐมาแล้วยังไม่ถึงสองปีโดยอนุโลม เว้นแต่การเป็นผู้ถือหุ้นไม่เกินร้อยละห้าของจ านวนหุ้น ทั้งหมดที่จ าหน่ายได้ในบริษัทมหาชนจ ากัด ซึ่งไม่ใช่บริษัทที่เป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐตามมาตรา 100 (2) ที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ มาตรา 102 บทบัญญัติมาตรา 100 มิให้น ามาใช้บังคับกับการด าเนินกิจการของเจ้าหน้าที่ ของรัฐ ซึ่งหน่วยงานที่มีอ านาจก ากับ ดูแล ควบคุม หรือตรวจสอบการด าเนินงานของบริษัทจ ากัดหรือบริษัท มหาชนจ ากัด มอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ในบริษัทจ ากัด มอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ในบริษัทจ ากัดหรือบริษัท มหาชนจ ากัดที่หน่วยงานของรัฐถือหุ้นหรือเข้าร่วมทุน มาตรา 103 ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากบุคคล นอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมาย หรือกฎ ข้อบังคับที่ออกโดยอาศัยอ านาจตามบทบัญญัติ แห่งกฎหมาย เว้นแต่การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด โดยธรรมจรรยาตามหลักเกณฑ์และจ านวนที่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ก าหนดบทบัญญัติในวรรคหนึ่งให้ใช้บังคับกับการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ของผู้ที่พ้นจากการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐมาแล้วยังไม่ถึงสองปีด้วยโดยอนุโลม 5 มาตรา 103/1 บรรดาความผิดที่บัญญัติไว้ในหมวดนี้ให้ถือเป็นความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือความผิดต่อต าแหน่งหน้าที่ราชการหรือความผิดต่อต าแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรมตามประมวลกฎหมาย อาญาด้วย บทลงโทษ มาตรา 122 เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดฝุาฝืนบทบัญญัติมาตรา 100 มาตรา 101 หรือมาตรา 103 ต้องระวางโทษ จ าคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจ าทั้งปรับกรณีความผิดตาม มาตรา 100 วรรคสาม หากเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้รู้เห็นยินยอมด้วยในการที่คู่สมรสของตน ด าเนินการตามมาตรา 100 วรรคหนึ่งให้ถือว่าผู้นั้นไม่มีความผิด ๒. ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเรื่อง หลักเกณฑ์การรับทรัพย์สินหรือ ประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาของเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. 2543 อาศัยอ านาจตามความในมาตรา 103 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปูองกัน และปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 คณะกรรมการปูองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติจึงก าหนด หลักเกณฑ์และจ านวนทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่เจ้าหน้าที่ของรัฐจะรับจากบุคคลได้โดยธรรมจรรยา ไว้ดังนี้ ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการปูองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเรื่อง หลักเกณฑ์การับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาของเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. 2543 ข้อ 2 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบิกษาเป็นต้นไป ข้อ 3 ในประกาศนี้ “การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยา” หมายความว่าการรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดจากญาติหรือจากบุคคลที่ให้กันในโอกาสต่างๆ โดยปกติตามขนบธรรมเนียมประเพณีหรือ วัฒนธรรม หรือให้กันตามมารยาทที่ปฏิบัติกันในสังคม “ญาติ” หมายความว่า ผู้บุพการีผู้สืบสันดาน พี่น้องร่วมบิดามารดา หรือร่วมบิดาหรือมารดา เดียวกัน ลุง ปูา น้า อา คู่สมรส ผู้บุพการีหรือผู้สืบสันดานของคู่สมรส บุตรบุญธรรม หรือผู้รับบุตรบุญธรรม “ประโยชน์อื่นใด” หมายความว่า สิ่งที่มีมูลค่า ได้แก่ การลดราคา การรับความบันเทิง การรับบริการ การรับการฝึกอบรม หรือสิ่งอื่นใดในลักษณะเดียวกัน ข้อ 4 ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากบุคคล นอกเหนือจาก ทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมาย หรือกฎ ข้อบังคับที่ออกโดยอาศัยอ านาจตามบทบัญญัติ แห่งกฎหมาย เว้นแต่การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาตามที่ก าหนดไว้ในประกาศนี้ ข้อ 5 เจ้าหน้าที่ของรัฐจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาได้ดังต่อไปนี้ (๑) รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากญาติซึ่งให้โดยเสน่หาตามจ านวนที่เหมาะสมตาม ฐานานุรูป (๒) รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากบุคคลอื่นซึ่งมิใช่ญาติมีราคาหรือมูลค่าในการรับจาก แต่ละบุคคล แต่ละโอกาสไม่เกินสามพันบาท (๓) รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่การให้นั้นเป็นการให้ในลักษณะให้กับบุคคลทั่วไป ข้อ 6 การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากต่างประเทศ ซึ่งผู้ให้มิได้ระบุให้เป็นของส่วนตัว หรือมี หรือมูลค่าเกินกว่าสามพันบาท ไม่ว่าจะระบุเป็นของส่วนตัวหรือไม่ แต่มีเหตุผลความจ าเป็นที่จะต้องรับไว้เพื่อ รักษาไมตรี มิตรภาพ หรือความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคลเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้น รายงานรายละเอียด ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์ดังกล่าว ให้ผู้บังคับบัญชาทราบโดยเร็ว หากผู้บังคับบัญชา เห็นว่าไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ผู้นั้นยึดถือทรัพย์สินหรือประโยชน์ดังกล่าวนั้นไว้เป็นประโยชน์ ส่วนบุคคล ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นส่งมอบทรัพย์สินให้หน่วยงานของรัฐที่เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นสังกัดโดยทันที 6 ข้อ 7 การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือมีราคาหรือมีมูลค่ามากกว่า ที่ก าหนดไว้ในข้อ 5 ซึ่งเจ้าหน้าที่ของรัฐได้รับมาแล้วโดยมีความจ าเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรับไว้เพื่อรักษาไมตรีมิตรภาพ หรือความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคลเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นต้องแจ้งรายละเอียดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์นั้นต่อผู้บังคับบัญชา ซึ่งเป็นหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจ หรือผู้บริหารสูงสุด ของหน่วยงาน สถาบันหรือองค์กรที่เจ้าหนี่ของรัฐผู้นั้นสังกัดโดยทันทีที่สามารถกระท าได้เพื่อให้วินิจฉัยว่า มีเหตุผลความจ าเป็น ความเหมาะสม และสมควรที่จะให้เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นรับทรัพย์สินหรือประโยชน์นั้นไว้ เป็นสิทธิของตนหรือไม่ ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชาหรือผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจหน่วยงานหรือสถาบันหรือองค์กร ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นสังกัด มีค าสั่งว่าไม่สมควรรับทรัพย์สินหรือประโยชน์ดังกล่าวก็ให้คืนทรัพย์สินหรือประโยชน์นั้น แก่ผู้ให้โดยทันที ในกรณีที่ไม่สามารถคืนให้ได้ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นส่งมอบทรัพย์สินหรือประโยชน์ดังกล่าว ให้เป็นสิทธิของหน่วยงานที่เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นสังกัดโดยเร็ว เมื่อได้ด าเนินการตามความในวรรคสองแล้ว ให้ถือว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นไม่เคยได้รับทรัพย์สิน หรือประโยชน์ดังกล่าวเลย ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ได้รับทรัพย์สินไว้ตามวรรคหนึ่งเป็นผู้ด ารงต าแหน่งผู้บังคับบัญชา ซึ่งเป็นหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า หรือเป็นกรรมการหรือผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจ หรือเป็นกรรมการ หรือผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานของรัฐให้แจ้งรายละเอียดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์นั้นต่อผู้มีอ านาจแต่งตั้งถอดถอนส่วนผู้ที่ด ารงต าแหน่งประธานกรรมการ และกรรมการในองค์กร อิสระตามรัฐธรรมนูญ หรือผู้ด ารงต าแหน่งที่ไม่มีผู้บังคับบัญชาที่มีอ านาจถอดถอนให้แจ้งต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทั้งนี้เพื่อด าเนินการตามความในวรรคหนึ่งและวรรคสอง ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ได้รับทรัพย์สินไว้ตามวรรคหนึ่ง เป็นผู้ด ารงต า แหน่งสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น ให้แจ้งรายละเอียดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์นั้น ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา หรือประธานสภาท้องถิ่นที่เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้น เป็นสมาชิก แล้วแต่กรณีเพื่อด าเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ข้อ 8 หลักเกณฑ์การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดของเจ้าหน้าที่ของรัฐตามประกาศฉบับนี้ให้ใช้ บังคับผู้ซึ่งพ้นจากการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐมาแล้วไม่ถึงสองปีด้วย ๓. ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน ๓.๑ ส่วนค าปรารภได้กล่าวถึงค่านิยมหลักของมาตรฐานจริยธรรมส าหรับผู้ด ารงต าแหน่งทาง การเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ๙ ประการของส านักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ๙ ข้อ ดังนี้ (๑) การยึดมั่นในคุณธรรมและจริยธรรม (๒) การมีจิตส านึกที่ดีซื่อสัตย์สุจริต และรับผิดชอบ (๓) การยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน (๔) การยืนหยัดท าในสิ่งที่ถูกต้อง เป็นธรรมและถูกกฎหมาย (๕) การให้บริการแก่ประชาชนด้วยความรวดเร็ว มีอัธยาศัย และไม่เลือกปฏิบัติ (๖) การให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนอย่างครบถ้วน ถูกต้อง ไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง (๗) การมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน รักษามาตรฐานมีคุณภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ (๘) การยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (๙) การยึดมั่นในหลักจรรยาวิชาชีพขององค์กร ๓.๒ หมวด ๒ ข้อ ๕ ให้ข้าราชการต้องแยกเรื่องส่วนตัวออกจากต าแหน่งหน้าที่และยึดถือประโยชน์ ส่วนรวมของประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน โดยอย่างน้อยต้องวางตน ดังนี้ 7 8 (๑) ไม่น าความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ตนมีต่อบุคคลอื่น ไม่ว่าจะเป็นญาติพี่น้อง พรรคพวก เพื่อนฝูง หรือผู้มีบุญคุณส่วนตัวมาประกอบการใช้ดุลยพินิจให้เป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลนั้น หรือปฏิบัติต่อบุคคลนั้น ต่างจากบุคคลอื่น เพราะความชอบหรือชัง (๒) ไม่ใช้เวลาราชการ เงิน ทรัพย์สิน บุคลากร บริการหรือสิ่งอ านวยความสะดวกของทางราชการ ไปเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของตนเองหรือผู้อื่น เว้นแต่ได้รับอนุญาต โดยชอบด้วยกฎหมาย (๓) ไม่กระท าการใด หรือด ารงต าแหน่ง หรือปฏิบัติการใดในฐานะส่วนตัว ซึ่งก่อให้เกิด ความเคลือบแคลงหรือสงสัยว่าจะขัดกับประโยชน์ส่วนรวมที่อยู่ในความรับผิดชอบของหน้าที่ ทั้งนี้ ในกรณี มีความเคลือบแคลงหรือสงสัยให้ข้าราชการผู้นั้น ยุติการกระท าดังกล่าวไว้ก่อน แล้วแจ้งให้ผู้บังคับบัญชา หัวหน้าส่วนราชการและคณะกรรมการจริยธรรมพิจารณา เมื่อคณะกรรมการจริยธรรมวินิจฉัยเป็นประการใด แล้วจึงปฏิบัติตามนั้น (๔) ในการปฏิบัติหน้าที่ที่รับผิดชอบในหน่วยงานโดยตรงหรือหน้าที่อื่น ในราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หรือหน่วยงานของรัฐข้าราชการต้องยึดถือประโยชน์ของทางราชการเป็นหลัก ในกรณีที่มี ความขัดแย้งระหว่างประโยชน์ของทางราชการหรือประโยชน์ส่วนรวมกับประโยชน์ส่วนตนหรือส่วนกลุ่ม อันจ าเป็นต้องวินิจฉัยหรือชี้ขาด ต้องยึดประโยชน์ของทางราชการและประโยชน์ส่วนรวมเป็นส าคัญ ๓.๒ หมวด ๒ ข้อ ๖ ให้ข้าราชการต้องละเว้นจากการแสวงหาประโยชน์ที่มิชอบโดยอาศัยต าแหน่ง หน้าที่และไม่กระท าการอันเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตน และประโยชน์ส่วนรวม โดยอย่างน้อย ต้องวางตน ดังนี้ (๑) ไม่เรียก รับ หรือยอมจะรับ หรือยอมให้ผู้อื่นเรียกรับหรือยอมจะรับของขวัญแทนตนหรือ ญาติของตน ไม่ว่าก่อนหรือหลังด ารงต าแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติ หน้าที่หรือไม่ก็ตาม เว้นแต่เป็นการให้โดยธรรมจรรยา หรือการให้ตามประเพณีหรือให้แก่บุคคลทั่วไป (๒) ไม่ใช้ต าแหน่งหรือการกระท าการที่เป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใดเพราะมีอคติ (๓) ไม่เสนอ หรืออนุมัติโครงการการด าเนินการ หรือการท านิติกรรมหรือสัญญาซึ่งตนเอง หรือบุคคลอื่น จะได้ประโยชน์อันมิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายหรือประมวลจริยธรรม

มาตรการตรวจสอบการใช้ดุลพินิจ

เพื่อป้องกันการทุจริต ขององค์การบริหารส่วนต าบลบ้านฝาง เพื่อให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในองค์การบริหารส่วนต าบลบ้านฝางเป็นไปด้วยความ โปร่งใส ตามแนวทางการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการด าเนินงานของหน่วยงาน จึงได้ก าหนด แนวทางนโยบายมาตรการภายในเพื่อส่งเสริมหน่วยงานให้มีคุณธรรมและความโปร่งใส ป้องกันการทุจริต ตรวจสอบได้ ลดการใช้ดุลพินิจของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เพื่อให้การด าเนินงานเป็นมาตรฐาน ทิศทางเดียวกัน คือ มาตรการตรวจสอบการใช้ดุลพินิจ โดยก าหนดแนวทางดังนี้ ๑) ให้มีคู่มือการก าหนดหลักเกณฑ์มาตรฐานการปฏิบัติงานที่อยู่ในภารกิจหลักของหน่วยงาน ๒) ให้มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานตามคู่มือหรือมาตรฐานการปฏิบัติงานตามภารกิจหลักของหน่วยงาน ๓) ให้มีการน าเผยแพร่ และจัดเก็บประมวลข้อมูลสามารถสืบค้นได้ ๔) ให้มีการน าข้อมูลมาใช้ประกอบการตัดสินใจในการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติงาน ๕) ให้มีการติดตาม ทบทวน หลักเกณฑ์มาตรฐานการปฏิบัติงาน เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นมาตรฐาน และถูกต้องอยู่เสมอ

Adobe Acrobat Document ดาวน์โหลดไฟล์   ขนาดไฟล์ 372.91 KB